นักท่องเวลากับคดีฆาตกรรมปริศนาแห่งตระกูลริวเซ็น
ตอนแรกที่เลือก นักท่องเวลากับคดีฆาตกรรมปริศนาแห่งตระกูลริวเซ็น มาอ่าน เหตุผลหลักเลยคืออยากอ่านนิยายแนวไซไฟย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีต แถมคำโปรยยังพูดถึง “คำสาปของตระกูลริวเซ็น” ที่ทำให้ทายาทต้องมีอันเป็นไป ก็เลยอดสงสัยไม่ได้ว่า ตกลงแล้วคำสาปนี้มันคืออะไรกันแน่
แต่พออ่านจริง ๆ ก็พบว่าเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นไซไฟจ๋าอย่างที่คิด เพราะช่วงแรก ๆ ไปจนเกือบสามในสี่ของเล่ม ให้อารมณ์เหมือนนิยายสืบสวนสอบสวนญี่ปุ่นยุคเก่ามากกว่า
เรื่องมันเริ่มจาก เรนะ ภรรยาของ โทมะ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลริวเซ็น กำลังจะต้องเผชิญกับชะตากรรมของตระกูลที่ถูกเรียกว่า “คำสาป” ด้วยความบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ โทมะได้ย้อนเวลาจากปี 2018 กลับไปยังปี ค.ศ. 1960 เพื่อค้นหาความจริงของ โศกนาฏกรรมแห่งชิโนะ ตามหาตัวฆาตกร และพยายามหยุดยั้งโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฟังดูเหมือนเราจะได้อ่านเรื่องย้อนเวลาแบบไซไฟเต็มที่ใช่ไหมคะ?
ไม่เลยค่ะ 😂
เพราะสิ่งที่เราได้อ่านในช่วงแรกกลับเป็นบรรยากาศแบบ คดีฆาตกรรมในบ้านพักตากอากาศบนภูเขา แทน
ตระกูลใหญ่เดินทางมาพักผ่อนบนเขา แล้วฆาตกรก็เริ่มลงมือฆ่าทีละคน ทางเข้าออกถูกตัดขาด ทุกคนติดอยู่ด้วยกัน และเมื่อไม่มีใครรู้ว่าใครคือฆาตกร ความระแวงก็เริ่มเกิดขึ้น
บรรยากาศคือคลาสสิกมาก
บ้านพักกลางป่า / คนจำนวนมาก / ฆาตกรรมต่อเนื่อง / ออกไปไหนไม่ได้ / ทุกคนมีโอกาสเป็นฆาตกร แถมด้วยปมครอบครัวแบบแน่นๆ
ยิ่งบริเวณรอบบ้านก็มีองค์ประกอบแปลก ๆ เต็มไปหมด ทั้งโรงผ่าฟืน ห้องแช่น้ำร้อน ศาลเจ้า รวมถึงพื้นที่ที่ถูกปกคลุมด้วยป่า ทำให้ตอนอ่านอดคิดไม่ได้ว่า “สถานที่พวกนี้ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ”
ที่น่าสนใจคือ คาโมะ ซึ่งเป็นคนจากอนาคตที่ย้อนกลับมา เขารู้เหตุการณ์ล่วงหน้าจากบันทึกเล่มหนึ่ง ทำให้ตอนแรกเรารู้สึกว่าเขาน่าจะถือไพ่เหนือกว่าทุกคน เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น
เพราะสิ่งที่คาโมะรู้ก็ไม่ได้ละเอียดถึงขั้นรู้ทุกอย่าง เขาจึงต้องพยายามเข้าไปเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์และร่วมมือกับคนในอดีตเพื่อหยุดฆาตกรให้ได้ และแน่นอนว่า อะไรบางอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่คาด
ส่วนตัวชอบตรงนี้ เพราะถ้าตัวละครย้อนเวลาไปแล้วรู้ทุกอย่างจนสามารถเดินไปหยุดฆาตกรได้เลย เรื่องก็คงไม่สนุกเท่าไร
อีกอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นนิยายสืบสวนแบบคลาสสิกมาก คือวิธีการเล่าเรื่อง คนเขียนมีการ แทรกตัวเองเข้ามาเป็นตัวละคร และคอยโยนเบาะแสกับปริศนาให้คนอ่าน พร้อมท้าทายให้เราลองคิดตามไปด้วย
ตอนอ่านก็จะคิดไปเรื่อยว่า
“หรือจะเป็นคนนี้?”
“แต่ถ้าเป็นคนนี้ แล้วทำแบบนี้ได้ยังไง?”
“หรือจริง ๆ แล้วสถานที่ตรงนั้นเกี่ยวกับคดี?”
ตัวละครเยอะพอสมควรจนรู้สึกว่า ใครก็เป็นฆาตกรได้หมด จะเป็นคนในครอบครัวก็ได้ หรือจะเป็นคนนอกก็ได้ เพราะบ้านพักถูกล้อมด้วยป่าและมีพื้นที่โดยรอบที่ค่อนข้างน่าสงสัย ทำให้เราพยายามจับทุกองค์ประกอบมาปะติดปะต่อเป็นจิ๊กซอว์อยู่ตลอด
และมีอีกอย่างที่ชอบมาก คือเรื่องนี้มีกฎของการย้อนเวลาอยู่ค่ะ
ไม่ใช่ว่าอยากย้อนกลับไปเวลาไหนก็ย้อน อยากไปเจอใครก็ไปได้เลย สถานที่และเวลาที่ตัวละครอยู่มีความสำคัญ ซึ่งตอนอ่านเราก็เริ่มคิดว่า “ถ้าอย่างนั้นมันต้องเกี่ยวข้องกับกลไกของคดีหรือทริกการฆาตกรรมแน่ ๆ”
แต่ความจริงคือ...
อ่านไปจนประมาณสามในสี่ของเล่มแล้ว ไซไฟอยู่ไหน? 🥺
ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเริ่มหมดหวังนิด ๆ เพราะเราหยิบเรื่องนี้มาเพราะอยากอ่านไซไฟ แต่สิ่งที่ได้ส่วนใหญ่กลับเป็นนิยายสืบสวนแบบย้อนยุค ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีมือถือ การสืบสวนเป็นไปอย่างช้า ๆ และต้องอาศัยการพูดคุยกับผู้คนและการสังเกตเบาะแสต่าง ๆ
จนกระทั่งอยู่ดี ๆ ...
สิ่งที่ล้ำยุคก็โผล่มาเป็นชุด
แล้วมันก็ทำให้สิ่งที่เราคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านั้น พลิกไปอีกทางเลยค่ะ
จังหวะนี้ถือว่าเป็นส่วนที่ทำให้รู้สึกว่า อ๋อออ ที่ผ่านมาเป็นแบบนี้นี่เอง และทำให้มุมมองต่อเรื่องเปลี่ยนไปพอสมควร
ถ้าถามว่าสนุกไหม? ก็ขึ้นอยู่กับว่าชอบแบบไหน
ถ้าคาดหวังว่าจะได้อ่านนิยายไซไฟแบบวิทยาศาสตร์จ๋า เทคโนโลยีล้ำ ๆ และเน้นเรื่องการเดินทางข้ามเวลา อาจจะรู้สึกว่าไม่ตรงปกเท่าไร เพราะไซไฟไม่ได้มาเป็นพระเอกตั้งแต่ต้น แต่ถูกเอามาใช้เป็นส่วนสำคัญของปริศนามากกว่า
แต่ถ้าชอบนิยายสืบสวนญี่ปุ่นแบบเก่า ๆ ที่คนเขียนให้ข้อมูลกับเรา แล้วปล่อยให้เราลองแกะปริศนาไปพร้อมกับตัวละคร เรื่องนี้โอเคอยู่นะ
ส่วนตัวหลังอ่านจบ สิ่งที่รู้สึกมากที่สุดคือ “เกือบโดนหลอกให้คิดว่าเรื่องนี้เป็นแค่นิยายสืบสวนย้อนยุคไปแล้ว” 😆 เพราะช่วงท้ายมีของบางอย่างถูกเปิดออกมาเปลี่ยนเกมจริง ๆ
ถ้าเกิดซื้อเพราะคำว่า “นักท่องเวลา” อย่างเดียว อาจต้องเผื่อใจว่าไซไฟไม่ได้มาเร็วขนาดนั้น แต่ถ้าซื้อเพราะอยากอ่าน คดีฆาตกรรมปริศนาในบรรยากาศคลาสสิก แล้วให้การย้อนเวลาเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญของคดี แบบนี้คิดว่าน่าสนใจค่ะ
ซื้อเล่มนี้ที่ Shopee
ผู้เขียน : Hojo Kie (โฮโจ คิเอะ)
ผู้แปล : ธนัญ พลแสน
สำนักพิมพ์ : prism publishing , ปริซึม
จำนวน 376 หน้า
#รีวิวหนังสือ #แนะนำหนังสือ #นิยายแปล #นิยายสืบสวนสอบสวน #นิยายญี่ปุ่น
Link Copied