นักสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงในร้านกาแฟโม่โม่
นักสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงในร้านกาแฟโม่โม่

ฟางหลิงกำลังอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต แฟนที่กำลังจะแต่งงานกันมีคนใหม่ งานที่ทำก็ถูกโจมตีว่าหลอกลวง ในวันที่ตัดสินใจจะไปกระโดดหน้าผา โชคชะตาเล่นตลกให้เธอได้เจอกับหมาสีดำตัวหนึ่ง หมาตัวนั้นทำให้เธอเปลี่ยนใจ และพามันกลับมาเลี้ยง ตั้งชื่อให้มันว่าโต้วโต้ว

ฟางหลิงตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอสมัครงานที่ร้านสะดวกซื้อใต้ตึกที่เธอพัก เจ้าของร้านถึงแม้จะดูขี้เหนียวแต่ก็ใจดี เห็นว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวทำงานกะดึกดูอันตราย จึงอนุญาตให้พาโต้วโต้วมาทำงานด้วยได้ เธอเริ่มจดบันทึกจำนวนวันที่เหมือนได้เกิดใหม่

ระหว่างที่ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ ตกดึกเข้ากะ พาหมาไปเดินเล่นสวนสาธารณะ เฝ้าดูผู้คนที่เข้าออกร้านสะดวกซื้อ เฝ้าดูโต้วโต้วที่ชอบไปอยู่โซนนั่งกิน รอคอยว่าใครสักคนจะให้ขนมมัน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งขอร้องให้เธอรับงานสื่อสารกับสัตว์เลี้ยง เธอที่มีแผลใจเคยถูกนักข่าวนิสัยไม่ดีเขียนใส่ร้ายว่าหลอกลวงลังเลใจว่าจะรับงานดีหรือเปล่า แต่เมื่อมองจำนวนเงินที่มีก็จำใจต้องรับงาน

งานสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงตอนแรกเรานึกว่าดูจากท่าทางสัตว์อะไรทำนองนั้น แต่มันคือการสื่อสารด้วยจิตใจ ไม่ต้องนำสัตว์มาก็ได้ ขอแค่เพียงมีรูปถ่ายสัตว์ตัวนั้นกำลังจ้องมองมาที่กล้องก็สื่อสารได้ นอกจากสื่อสารเป็นคำพูดสัตว์ก็ยังส่งภาพ รสชาติ กลิ่น ให้ฟางหลิงรับรู้ได้ด้วย

เท่าที่อ่านจนจบพบว่าไม่ใช่เรื่องทำนองอบอุ่นใจมีความสุข คนมักมาจ้างฟางหลิงให้บอกสัตว์เลี้ยงของตนให้ทำโน่นทำนี่ แต่สัตว์มันมีความตรงไปตรงมา มันอยากทำอะไรก็ทำ และไม่เข้าใจเรื่องยากๆ ตอนที่ฟางหลิงสื่อสารกับหมาตัวนึงของเพื่อน เพื่อนคนนี้แฟนเขาไปมีคนใหม่ หมาของเธอก็อยู่บ้านแฟน อยากได้หมาคืนมา ก็ให้ถามว่าถ้ารับกลับมาจะมีความสุขมั้ย หมาก็ไม่เข้าใจถามว่าอยู่ด้วยกันสามคนไม่ได้เหรอ หรือตอนที่นกแก้วตัวนึงร้องหนวกหูทั้งวันจนคนเลี้ยงไม่ได้นอน มันบอกว่าก็แค่ร้องเพลงเท่านั้นเอง ไม่ชอบไม่ร้องก็ได้

โทนเรื่องค่อนข้างเศร้าหม่นๆ จากตัวฟางหลิงที่ผิดหวังมาหลายเรื่อง มีอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลา ตอนสื่อสารก็มีเรื่องดราม่าของครอบครัวคนเลี้ยงเยอะ การสื่อสารกับสัตว์ก็คือการแก้ปัญหาครอบครัวคนอื่นนั่นแหละ คนเป็นปัญหามากกว่าสัตว์ซะอีก คนมักคิดว่าการดูแลสัตว์คือการช่วยเหลือพวกมัน แต่ที่ถูกช่วยจริงๆ คือคนต่างหาก

ในเรื่องมีตัวละครน่าสนใจอย่าง เสี่ยวเหมิงชายหนุ่มที่ชอบมานั่งที่โซนนั่งกิน มักให้ขนมโต้วโต้วกิน ตอนหลังได้มาช่วยงานฟางหลิง เจ้าของร้านเฉิงเสี้ยวจิงขี้เหนียวแต่ใจดี เจ้าของร้านกาแฟโม่โม่ที่ฟางหลิงไปนั่งทำงาน ร้านกาแฟนี้มีบรรยากาศน่านั่งมาก อ้ายหลิงเพื่อนสมัยเรียนที่ห่างเหินกันได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง สีเปรอะหมาบาดเจ็บที่ได้เจอภายหลังที่หน้าร้าน ตอนใกล้จบมีเรื่องสืบสวนเล็กๆ พอให้ตื่นเต้นด้วย

เป็นอาชีพที่มีอยู่จริงในไต้หวันด้วยค่ะ

ความสนุก : ดีในแง่ความแปลกใหม่ อ่านได้เรื่อยๆ ช่วงต้นหม่นหมองไปนิด

ผู้เขียน : หลิวข่ายซี
ผู้แปล : ภาวิตา ทองเจริญ
สำนักพิมพ์ : Piccolo
จำนวน 395 หน้า

不會通靈的寵物溝通師

#รีวิวหนังสือ #แนะนำหนังสือ #วรรณกรรม #วรรณกรรมแปล #เรื่องสั้น #วรรณกรรมไต้หวัน #วรรณกรรมจีน #นิยาย #นิยายไต้หวัน #นิยายจีน #สัตว์เลี้ยง #ดราม่า #QEDรีวิวหนังสือ
Link Copied
- The Morning Flight To San Francisco ธนชาติ ศิริภัทราชัย ...
- RIN ริน ฟูชิมิ นักเรียนชั้น ม.4 ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักเขียนก...
- อย่ามาแย่ง! ข้าวกล่องมื้อเที่ยงของผมนะ . เรื่องราวของเด็กห...
- เรื่องเล่ารอบทะเลสาบ ? . เล่มนี้ไปขุดมาจากร้านหนังสือ ฝุ่น...
- ทัวร์คนบาปกับคำสาปฟาโรห์ ในบรรดาที่เที่ยวทั้งหมดสำหรับคนไ...